Big님의 프로필B i g O n l y사진블로그리스트기타 도구 도움말

Only Big

직업

B i g O n l y

http://big-only.spaces.live.com
사진(1/3)
4월 14일

สิ่งที่อยู่ใกล้ มักไม่มีคุณค่า?

สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดมักเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญที่สุด

สิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวัน
เราก้อคิดอยู่ว่าเราก้อต้องเห็นอยู่แบบนั้นต่อไป
ไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้มันสำคัญ ไม่เคยเห็นแม้แต่ค่า


เหมือนกับการที่เราเห็นหน้าใครอยู่ทุกวัน
คนๆนั้นวิ่งตามเราอยู่ทุกวัน ใส่ใจเราอยู่ทุกวัน
เราก้อมักจะเห็นแค่ว่าใครคนนึงกำลังทำอะไรที่ดูงี่เง ่า น่ารำคาญ

จนวันนึงถ้าเราสูญเสียไป เราก้ออาจจะรู้สึกเสียใจบ้าง
เราอาจจะต้องการเรียกร้องให้มาเหมือนเดิม

หรือบางทีเราก้ออาจจะรู้สึกว่าดีใจที่ได้มีชีวิตที่ปราศจากความรำคาญ
แต่จะมีใครที่เคยรู้สึกถึง ความรู้สึกของคนที่ให้อยู่บ้าง

บางทีสิ่งที่เขาทำอยู่อาจไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณรำคาญ
แต่เขาทำไปเพราะเขารักคุณจริงๆ
เหมือนความรักของพ่อแม่ เหมือนความรักของเพื่อนสนิทของคุณ
เหมือนความรักของใครอีกหลายคนที่ให้คุณด้วยความจริงใจ

คุณเคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญบ้างไหม
คุณเคยคิดว่าคุณดูแลพวกเขาดีพอรึยัง
คุณให้ความสำคัญกับคนถูกหรือเปล่า
คุณให้ความสำคัญกับคนที่ให้วัตถุคุณมากกว่าความรู้สึกที่ดีหรือเปล่า


สิ่งที่สำคัญมักมองไม่เห็นด้วยตา แต่ต้องมองด้วยหัวใจ

แต่เรามักไม่มีเวลาพอที่จะใช้หัวใจมอง
เรามองอะไรแค่ฉาบฉวยแล้วก็ตัดสิน
เรามองดูความรวยความจนของคนที่สิ่งของที่เขาใช้
เรามองความดีของคนตรงที่เขาแสดงให้เราเห็น
เรามองอะไรหลายอย่างด้วยตา
แล้วเราก้อตัดสินคนเพียงแค่เวลาไม่เกิน 5 นาที

เราต้องสูญเสียมิตรที่ดีไปเพียงเพราะเราอ้างว่าไม่มี เวลา

เราไม่มีเวลาก็ต่อเมื่อเราไม่สนใจ
เราไม่ให้ความสำคัญต่อสิ่งนั้น ต่อคนๆนั้น
แต่ถ้าลองมองย้อนดู ทำไมเราถึงมีเวลาทำอะไรมากมายหลายอย่างในแต่ละวัน
เพราะเราให้ความสนใจ ให้ความสำคัญ


ทำไมคุณไม่ลองให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณลืมไป
กับคนที่หวังดีกับคุณแต่คุณไม่เคยมอง

อย่าปล่อยให้มิตรภาพดีๆต้องมีรอยร้าว เพราะเมื่อวันนึงถ้าต่างคนต่างไป
เราจะได้จากกันด้วยความรู้สึกที่ดี
เราจะได้ไม่รู้สึกผิดว่า
เรายังทำดีกับเขาไม่เพียงพอ
4월 4일

30 วิธีสำหรับคนที่ขึ้นรถเมล์..แล้วไม่อยากจ่ายตังค์

1. เลือกคนที่มนุษย์แน่นเอี๊ยดเหมือนปลากระป๋อง

2. ถ้ากระเป๋าอยู่ประตูหน้าให้ขึ้นประตูหลัง พอกระเป๋าเดินมาถึงให้รีบลง แล้ววิ่งไปขึ้นประตูหน้า เล่นไล่จับกัน

3. ในกรณีกระเป๋ารถไม่เห็นให้แกล้งหลับ

4. ถ้ากระเป๋ารถเห็นให้หลับจริงๆ (อย่าลืมกรน ครอกฟี้ยยย....ด้วยเพื่อความสมจริง)

 

5. หรือไม่ก็แกล้งหลับตั้งแต่ป้ายรถเมล์ จากนั้นพอรถจอด ก็ละเมอย้ายร่างขึ้นรถไป (วิธีนี้เนียนมากๆ ขอแนะนำ)

6. ใส่ชุดคอสเพลย์สไปเดอร์แมนโดดเกาะหลังคารถ อย่าให้คนในรถเห็น

7. ใส่ชุดนักเรียนอนุบาลเอี้ยมแดง (สำหรับผู้ที่หน้าแก่มาก ควรเพิ่มออปชั่นเพื่อความน่าเชื่อถือ กระติกน้ำ กล่องข้าว หุ่นยนต์กิงก้าแมน ฯลฯ)

8. ปริ๊นตั๋วเถื่อน

9. อุ้ย.. โทษ ข้อ 8 ท่าจะแรงไป เปลี่ยนเป็นเอาเศษกระดาษเล็กๆ มานั่งบี้จะดีกว่า

 

10. ใช้สกิลล่องหน

11. แกล้งกระเป๋าตังค์หาย ทำหน้าตาน่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นขอยืมเงินเป๋ารถเมล์

12. ตัดขาทิ้งไปข้างนึงก่อนขึ้นรถ

13. แต่งชุดอีทีขึ้นไปบนรถ จากนั้นขอเจรจากับกระเป๋ารถในฐานะทูตสันติภาพแห่งอวกาศ

14. แกล้งเอาแขนซุกในเสื้อ ปลอมเป็นคนแขนด้วน แล้วบอกเป๋ารถด้วยเสียงหวานซึ้งว่า “ตังค์อยู่ในกุงเกงในอ่ะ หยิบให้หน่อยจิตะเอง”

 

15. ใส่ชุดกระเป๋ารถขึ้นไป แล้วทำท่าตกใจเมื่อเจอกระเป๋ารถ “อ๊ะ..! แกเป็นใคร”

16. กอดคอกระเป๋ารถด้วยท่าทีสนิทสนมสุดขีด ก่อนทักทายด้วยเสียงอันดังก้อง “เฮ้ย เป็นไงบ้างเพื่อนร่วมโลก ไม่ได้เจอกันนาน... เป็นกระเป๋ารถเหรอ พยายามเข้านะ เรื่องตังค์ไม่ต้องห่วง เราจ่ายแน่ แต่ไม่ใช่วันนี้”

17. พูดภาษาอูกันด้ากับกระเป๋ารถเมล์

18. เดินเข้าไปผลักคนขับรถออกจากที่นั่ง “มา..!! ตูขับเอง”

19. ระหว่างก้าวขึ้นให้แกล้งคุยโทรศัพท์ เสียงดังให้ได้ยินทั้งรถ “เฮ้ย ไอ้ถนอม!! กระเป๋ารถที่เก็บตังค์เราวันนั้น มันออกจากห้องไอซียูรึยังวะ หา... อะไรนะ ยังไม่ออกอีกเหรอ ไอ้เราก็ว่าเบามือแล้วนะ”

 

20. ร้องไห้ แล้วรำพึงรำพันเสียงดัง “ฮือ.... ทำไม... ทำไมแค่นี้ต้องเก็บเงินกันด้วย อำมหิต ชั้นไปทำอะไรให้แก”

21. ถามทั้งกระเป๋าและคนขับว่า “เฮ้ย นี่เก็บเงินข้าเหรอ..! นี่แกไม่รู้รึไงว่าชั้นเป็นลูกใคร!!!” (วิธีนี้ออกแนวความจำเสื่อม ฟังไม่ขึ้น ไม่ขอแนะนำให้ใช้)

22. (หมายเหตุจากข้อ 21 : “โห... ทำยังกะวิธีในข้ออื่นมันฟังขึ้นงั้นแหละ ” )

23. แกล้งเสมือนว่าขึ้นรถผิดคัน แล้วขอลงป้ายหน้า ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ (โอ... วิธีนี้ค่อยยังชั่วหน่อย) เพื่อความเนียนควรถามทางกระเป๋ารถด้วย “อืม คันนี้ผ่านลอสแองเจลลิสมั้ยครับ อ๋อ ไม่ผ่านเหรอ
งั้นขอลงป้ายหน้าละกัน…?!!?”

24. บอกกระเป๋ารถเสียงดังว่า “เก็บอะไร๊!!! ตูจ่ายแล้ววว” ทั้งๆ ที่ทุกคนเห็นแกขึ้นรถมาเมื่อกี้ก็ตาม

 

25. ถามกระเป๋ารถว่า “คุณเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยที่อยู่ข้างหลังผมมั้ย..?? เห็นมั้ย ไม่เห็นเหรอ เธอบอกผมว่า อย่าไปจ่ายย.... อย่าไปจ่ายมันน.....”

26. ควักแบ๊งค์พันให้ ยิ้ม แล้วพูดเสียงเขินๆ “ป๋มไม่มีเศษเยยอ่ะคับพี่ งุงิ งุงิ”

27. พอกระเป๋าถึงตัวให้ตกใจสุดขีด จากนั้นแกล้งเป็นลม (ถ้ามีความสามารถจะกระตุกลมบ้าหมูเพิ่มเข้าไปก็ได้)

28. แกล้งหยิบปืนขึ้นมา แล้วพูดว่า “อุ๊ย หยิบมาผิด นึกว่ากระเป๋าสตางค์ โอ ไม่นะ งั้นเป๋าตังค์ก็อยู่บ้านอ่ะดิ ตอนนี้จ่ายด้วยลูกปืนไปก่อนได้มั้ย”

29. มองหน้ากระเป๋ารถด้วยสีหน้าที่กวนอวัยวะที่ใช้สวมรองเท้ามากที่สุด เอียงคอ ยกขาเล็กน้อย ปากเบี้ยวพอประมาณ ยักไหล่พอเป็นจังหวะ แล้วเอ่ยเสียงเพราะๆ ว่า “ตูไม่ให้!!!!” (จากนั้นก็จะมีเรื่องฟาดปากกัน ไม่ต้องจ่ายค่ารถแน่นอน ไปจ่ายค่าทำแผลแทน)

30. เอ่อ จ่ายๆ ไปเหอะ ทำเป็นเรื่องมากไปได้

9월 17일

“ความรัก คือ การทิ้งความกลัวไป“

คำกล่าวที่มีความหมายดี ๆ นี้ดูสวยงาม
แต่อาจจะยากแก่การลงมือทำ
 
จริง ๆ ในสายตาของบางคน
ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาเลย
หรือคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย จากความรักมาแล้ว . . .
พวกเขารู้สึกว่า . . .
การนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับความรัก
ก็เหมือนกับการเสี่ยง .. . เสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธ . . .
ถูกทำให้ผิดหวัง . . . ถูกทอดทิ้ง..และทำให้เจ็บปวด
จึงเป็นที่มาของความรู้สึก . . . กลัวความรัก . . .
 
. . . แม้ความรักอาจไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
แต่มันก็มีค่า..ต่อการมีชีวิตอยู่
เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำอะไรได้มากมาย
 
. . . อยากบอกกับคนที่ยังกลัวความรักว่า
ไม่ผิดหรอกที่คุณจะกลัวมัน
เพราะอย่างน้อยคุณก็รู้ตัวเองดีว่า กลัวความรัก
ต่างกับคนที่วิ่งหนีความรัก และเฝ้าหลอกลวงตัวเองว่า
มีความสุขดีแล้วกับการอยู่คนเดียว
ไม่จำเป็นต้องพบเจอและสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง
เพราะกลัวจะต้องรักคนอื่น
แต่ลืมนึกไปว่า ถึงเราจะหนีมันอย่างไร ก็หนีไม่พ้นหรอก
เพราะความรักมันอยู่ในใจของเรา
จะหนียังไงมันก็เจ็บปวดอยู่ลึก ๆ
แล้วคุ้มหรือเปล่ากับการต้องหลอกตัวเองไปเรื่อย ๆ อย่างนั้น
 
.... หนทางของความรัก มันอาจจะไม่ได้เป็นภาพที่ชัดเจน
ให้เราเดินไปได้สะดวกหรือง่าย ๆ
แต่สิ่งที่รออยู่ที่ปลายทางนั้น
ก็มีค่ามากพอ
ที่จะกวักมือเรียกเราให้เดินเข้าไปหา
 
. . . แทนที่เราจะวิ่งหนีมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นเตรียมตัวเองให้พร้อม
เวลาที่จะต้องไปเจอกับมันดีกว่า
เหมือนกับเวลาที่เราออกเดินทาง
ก็เตรียมเสื้อกันหนาวไปบ้างเผื่อเจออากาศที่หนาวเย็น
เสื้อกันฝนหยิบไปหน่อยก็ดี
เผื่อหยิบมาใส่เวลาที่ฝนมันตก
หยูกยาก็ติดไปบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ
พอปฐมพยาบาลตัวเองเบื้องต้นเวลาเจ็บไข้
 
. . . แต่ถ้าเดินทางออกไปแล้วโชคร้าย
ต้องสะบักสะบอมกลับมาก็ไม่เป็นไร
รักษาตัวเองใหม่
เผื่อออกเดินทางในครั้งต่อไปก็เท่านั้นเอง
 
แต่เชื่อไหมว่า . . . การเดินทางครั้งต่อไปของเรา
มันต้องดีกว่าครั้งแรกอยู่แล้วล่ะ . . .ว่าไหม?
7월 31일

ไม่น่าใช่รัก

ตกลงเราเป็นอะไรกัน

จะหวานหรือขมที่ผ่านมา

เป็นอะไรที่ลึกลับยากจะเจอ

ที่ลึกคือเธอ ที่ลับอาจจะเป็นผม

ลึกออกอย่างนี้มีใครจะลงงม

ถึงเป็นปมจมลึกใครจะกล้า

และแล้วเธอเฉลยอยากพบอยากเปิดใจ

ตกลงเราเป็นใครเป็นอะไรต้องเรียกหา

เหมือนคนขาดใจมีอะไรต้องเจรจา

มีอะไรบอกมาจะขู่ก็ว่าไป

ไม่ได้ต้องหรอกนะถ้าอยู่ๆจะเลิกไป

ไม่น่าใช่รัก เพราะมันไม่ยักเจ็บ

คิดไปแปลกๆก็ถ้าเลิกน่าจะเจ็บ

ไม่น่าใช่รัก ไม่ยักจะเจ็บตรงหัวใจ

ไม่น่าใช่รัก ไม่ยักจะเจ็บ

ถ้าเธอทิ้งผมไป แต่เอาอย่างนี้ดีไหม....ผมขอไปด้วยคน
 
[Dream Team AF1+AF2]
 
ปล. ไม่มีอารายเปงพิเศษสำหรับเพลงนี้ ลองฟังดูนะ..เพราะดีๆ ^^"
mms://202.80.231.62/we/0044111822.wma
7월 17일

คนที่เรารัก" กับ "คนที่รักเรา

ระหว่าง "คนที่เรารัก" กับ "คนที่รักเรา" เราควรจะเลือกใครดี
 
คนที่เรารัก.....คือคนที่ใช่สำหรับเรา
แต่บางครั้ง.....เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่
 
คนที่เรารัก.....คือคนที่เราคิดว่าเรารู้จักเขาดี
แต่แท้จริงแล้ว....เรากลับไม่รู้จักเขาเลย
 
คนที่เรารัก......คือคนที่เราพร้อมจะเป็นผู้ให้
แต่สิ่งที่เราให้.....เขากลับไม่เคยมองเห็นสิ่งที่เราให้ไป
 
คนที่เรารัก........คือคนที่เราอยู่ด้วยเวลามีความสุข
แต่เวลาเราทุกข์.....เรากลับมองหาเขาไม่เจอ

 
คนที่เรารัก....คือคนที่เราใส่ใจทุกเวลา
แต่ที่แย่กว่าคือ.....ตลอดมาเขาไม่ได้ "รักเรา"
 
……………………………………………………………
 
คนที่รักเรา.......คือคนที่เราเพียงมองผ่าน
แต่เขา.....กลับมองเราอย่างใส่ใจ

 
คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่พยายามทำความรู้จัก
แต่เขา.....กลับพยายามทำความรู้จักเรา
 
คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่เคยให้ความสำคัญมากมาย
แต่เขา.....กลับให้ในสิ่งที่ล้วนมีค่ามีความสำคัญกับเรา
 
คนที่รักเรา......คือคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าเวลาสุข
แต่เวลาทุกข์......เขากลับเป็นเหมือนเงาคอยเฝ้าตาม
 
คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่เคยนึกถึง
แต่มีสิ่งหนึ่ง.....บอกให้รู้ว่า......"เขารักเรา"
4월 27일

Put the Glass Down.. จงวางแก้วใบนั้นลง

A lecturer was giving a lecture to his student on stress management.
ขณะที่ครูกำลังสอนนักเรียนของเขาในหัวข้อการจัดการกับแรงกดดันและความเครียด
 
He raised a glass of water and asked the audience, "How heavy do you think this glass of water is?"
ครูได้หยิบแก้วน้ำใบหนึ่งขึ้นมาและถามนักเรียนว่า  "พวกเธอคิดว่าแก้วน้ำใบนี้หนักเท่าไหร่"
 
The students' answers ranged from 20g to 500 gm.
คำตอบของนักเรียนมีตั้งแต่ 20 กรัมถึง 500 กรัม
 
"It does not matter on the absolute weight. It depends on how long you hold it.
"มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่แท้จริงของแก้วว่าหนักเท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเธอถือมันไว้นานเท่าใด
 
If I hold it for a minute, it is OK.
ถ้าครูถือมันไว้เพียงหนึ่งนาที ก็ไม่มีปัญหาอะไร
 
If I hold it for an hour, I will have an ache in my right arm.
ถ้าครูถือมันไว้หนึ่งชั่วโมง แขนของครูก็จะปวด
 
If I hold it for a day, you will have to call an ambulance.
ถ้าครูถือมันไว้หนึ่งวัน พวกเธอคงต้องเรียกรถพยาบาล
ฮา...
 
It is the exact same weight, but the longer I hold it, the heavier it becomes."
แม้ที่จริงจะเป็นน้ำหนักเดียวกัน แต่ยิ่งฉันถือมันไว้นานเท่าไหร่ มันก็ยิ่งหนักมากขึ้นเท่านั้น"
 
"If we carry our burdens all the time, sooner or later, we will not be able to carry on, the burden becoming increasingly heavier."
ถ้าเราแบกภาระ(ความทุกข์ ความหนักใจ ฯลฯ)ของเราไว้ตลอดเวลา ไม่ช้าก็เร็ว ภาระนั้นจะยิ่งหนักขึ้นจนเราจะไม่สามารถจะแบกมันไว้ได้อีก
 
"What you have to do is to put the glass down, rest for a while before holding it up again."
ดังนั้นสิ่งที่เธอต้องทำคือ วางแก้วนั้นลงซะ พักสักระยะ ก่อนจะถือมันใหม่อีกครั้ง
 
We have to put down the burden periodically, so that we can be refreshed and are able to carry on.
เราจะต้องวางสิ่งเราแบกไว้ลงเป็นระยะ  เราจึงจะสามารถฟื้นพลังขึ้นมาใหม่ และสามารถแบกมันได้อีกครั้ง
 
So
before you return home from work tonight, put the burden of work down.
ดังนั้นก่อนเธอจะกลับบ้านในคืนนี้  จงวางภาระของเธอลง
 
Don't carry it back home. You can pick it up tomorrow.
อย่านำมันกลับไปบ้านด้วย  เธอสามารถยกมันขึ้นมาใหม่ได้ในวันพรุ่งนี้
 
Whatever burdens you are having now on your shoulders, let it down for a moment if you can.
ไม่ว่าจะเป็นภาระใดก็ตามที่เธอแบกอยู่ในตอนนี้  วางมันลงซะสักพัก ถ้าเธอทำได้
 
Pick it up again later when you have rested...
ค่อยยกมันขึ้นมาใหม่เมื่อเธอได้พักแล้ว
 
Rest and relax.
ขอให้ผ่อนคลายและพักผ่อน
 
Life is short, enjoy it!!
ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก  จงมีความสุขกับมัน
3월 9일

เมื่อรักหมายถึงความห่วงใย..

เคยมีใครถามคุณไหมว่า "ความรักคืออะไร?"
ผมคิดว่าวันนี้ผมมีคำตอบให้คุณแล้วล่ะ
คำที่ใช้แทนคำว่า "ความรัก" ได้ดีที่สุด
น่าจะเป็นคำว่า "ใส่ใจ"
หากคุณคิดที่จะบอกรัก
หรือรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะรักใครซักคน
ลองถามตัวเองดูว่า
คุณใส่ใจเค้ามากน้อยแค่ไหน?

ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความเอาใจ
หากคนรักของคุณจำได้ขึ้นใจว่า
คุณเคยพูดว่าอยากได้อะไร
แล้วเค้าหาซื้อของชิ้นนั้นให้
ไม่ใช่สักแต่ว่าซื้อซื้อซื้อของเยอะแยะมากมาย เพื่อเอาใจ...

นั่นแหละถึงเรียกว่า ความใส่ใจ
ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความหึงหวง
หากคนรักของคุณโทรหาคุณทุกคืน
ถามว่ากลับถึงบ้านหรือยัง
เพียงเพราะเค้าเป็นห่วง
ไม่ต้องการให้คุณได้รับอันตรายในยามดึก
ไม่ใช่กลัวว่าคุณจะไปกับคนอื่น...
นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ

ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความมีน้ำใจอย่างเดียว
หากแต่มีความถนอมน้ำใจด้วย
หากคนรักของคุณทำอะไรเพื่อคุณซักอย่างด้วยความตั้งใจ
แต่คุณกลับไม่ชอบมัน
คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป
ใส่ใจในความรู้สึกของเค้าด้วย

หากคุณทะเลาะกับคนรัก
แต่แล้ววันรุ่งขึ้น
คนรักของคุณยังโทรมา
แสดงความเป็นห่วงในเรื่องต่างๆ เหมือนทุกๆวัน
ทั้งๆ ที่ยังไม่หายโกรธ...
นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ

หากคนรักของคุณยอมสละเวลาทำบางสิ่ง
เอาไว้ทีหลัง เพียงเพื่อช่วยทำในสิ่งที่คุณขอ..
นั่นแหละเรียกว่า ความใส่ใจ
คนเราบางครั้งก็ต้องการมีใครซักคนคอยใส่ใจเราบ้าง

หากคุณต้องเดินทางไกล
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาถามว่า "ถึงหรือยัง"
"ปลอดภัยดีไหม" "เหนื่อยไหม"

หากคุณต้องปฏิบัติภาระกิจสำคัญ
ไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือเรื่องเรียน
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณจำได้
และโทรมาบอกว่า "โชคดีนะ"
"ชั้นจะคอยเป็นกำลังใจให้"

หากคุณต้องขับรถคนเดียว
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาบอกว่า "ขับรถดีๆนะ"
หากคุณป่วยเป็นไข้ ไม่สบาย
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาเตือนให้คุณกินยา
และพักผ่อนมากๆ

ความใส่ใจ กับ ความเกรงใจ คล้ายกันในหลายๆด้าน
คุณอาจคิดว่า ยิ่งคบกันสนิทสนมกันมากเท่าไหร่
ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันให้มากเหมือนคนที่เพิ่งเริ่มรู้จักกัน
แต่ผมกลับไม่คิดอย่างนั้น
ยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่
ต้องยิ่งเกรงใจซึ่งกันและกัน

ความเกรงใจเป็นสิ่งดี
และเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันยั่งยืน
คุณเห็นไหมล่ะว่า
ไม่ยากเลยที่จะแสดงความใส่ใจต่อใครซักคน

เพียงแต่วันนี้ คุณใส่ใจคนรักของคุณแล้วหรือยัง?
 

Windows Media Player